วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
การเปลี่ยนเเปลงเมื่อวัยเปลี่ยนไป
เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของชีวิตและจิตใจคน ตั้งแต่เกิด เป็นเด็กอ่อน เด็กโต เข้าวัยรุ่น เป็นผู้ใหญ่ เข้าวัยกลางคน และสูงวัย ทั้งรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง มีประสบการณ์ผ่านการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย การเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกของชีวิต ดูเสมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เมื่อเด็กเล็ก คว่ำได้ คลานได้ เดินได้ พูดได้ ล้วนแต่น่ารัก แต่การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยชรา แม้ว่าเราจะเคยรับรู้ จากการเห็นการเปลี่ยนแปลงของญาติผู้ใหญ่ เช่นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย แต่อาจไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง หากทำใจปรับตัวให้รับสภาพการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ อาจทำให้ชีวิตในบั้นปลายไม่มีความสุขเท่าที่ควร เพราะการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยสูงอายุ มักจะเป็นไปในทิศทางที่ถดถอยมี แต่ความเสื่อม
เริ่มจากผิวหนัง จะเหี่ยวย่น ผิวหนังบาง แห้ง ขาดความมัน และชุ่มชื้น ทำให้คัน แพ้โน่นแพ้นี่ง่าย และอาจเกิดโรคผิวหนังได้ เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังเปราะบาง แตกง่าย สีผิว ก็เปลี่ยนแปลง ผิวอาจตกกระ หรือเกิดจุดขาว การปรับตัวในการรับความรู้สึกร้อนหนาว จะไม่ดีเหมือนเดิมมีลักษณะของวัยทอง ความสวยงาม หรือความหล่อเหลา ก็อาจลดลง
ผมและขนก็เปลี่ยนสี สำหรับคนที่ผมเคยดกดำก็กลายเป็นเทา หรือขาว แถมยังร่วงง่าย และบางลงจนอาจจะกลายเป็นศีรษะล้านได้ ในผู้หญิงแม้การเกิดผมร่วงจะน้อยกว่าชาย แต่ก็มีอาการผมบางได้ และถ้าทั้งบางทั้งขาวก็ดูเหมือนไม่มีผม การเปลี่ยนแปลงของทั้งผิวและผม อาจทำความมั่นใจในภาพลักษณ์ของตัวเองลดลง นอกจากนี้รูปร่างก็อาจ อ้วนขึ้น หรือผอมลง ทั้งชายหญิงมักมีแนวโน้มที่จะอ้วนขึ้น หรือลงพุง ผมน้อย ทำให้ความมั่นใจในตัวเองอาจลดลง
ประสาทสัมผัสต่างๆ จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นสายตายาวขึ้น หูตึง ฟังได้ไม่ชัดเจน จนเจ้าตัวอาจต้องพูดดังขึ้น การรับกลิ่นของจมูก รวมทั้งความสามารถของลิ้นในการรับรสอาจ น้อยลงซึ่งนับว่าเป็นอันตราย เพราะการได้กลิ่น และรับรส ทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อกลิ่นได้ถูกต้อง เช่นไม่รับประทานอาหารบูดหรือเสีย ที่มีกลิ่น รส ผิดปกติ
ระบบต่างๆ ในร่างกายก็เสื่อม เช่นระบบการย่อยอาหาร เริ่มตั้งแต่ฟัน หากฟันผุ ฟันหัก หรือหลุดร่วง เมื่อไม่มีฟัน หรือฟันไม่ดี การรับประทานอาหาร และการย่อยก่อนถึงกระเพาะก็ทำได้ไม่ดี ระบบการย่อยอาหารโดยอวัยวะต่างๆ เช่น การย่อยในกระเพาะและในลำไส้ และการย่อยโดยอาศัยการทำงานของตับอาจเสื่อมลง หากตับอ่อนเสื่อมลงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดก็จะมีประสิทธิภาพลดลง นำไปสู่โรคเบาหวาน และหากเป็นเบาหวาน โรคที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานอื่นๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ก็อาจตามมา ระบบขับถ่ายก็อาจไม่ปกติ เพราะการทำงานเสื่อมลง บางคนหูรูดของกระเพาะเสื่อมทำให้เป็นโรคกรดไหลย้อนกลับ
กระดูก ที่เป็นโครงหลักของร่างกายก็เปราะบาง แตกหักได้ง่าย สังเกตได้จากเมื่อหกล้มตอนที่เป็นเด็กอายุยังน้อย อาจเจ็บชั่วครู่เดียวก็หาย แต่เมื่ออายุมากขึ้นหกล้มนิดเดียวกระดูกก็แตกได้ และเจ็บปวดมาก กว่าจะหายใช้เวลานาน น้ำหล่อลื่นตามข้อต่างๆ แห้ง ข้อต่างก็เสื่อม รู้สึกขัดตามข้อ อาจมีข้ออักเสบ เจ็บปวดตามข้อต่างตามมาได้ เพราะเมื่อกระดูกบางลงแต่ยังรับน้ำหนักของร่างกายเท่าเดิมหรือมากกว่าทำให้เกิดอาการปวดเข่า หรือหลังโค้งงอได้
กล้ามเนื้อเล็ก และเหี่ยวลง จึงอ่อนแรง เคลื่อนไหว และทำงานได้ช้าลง อ่อนล้าเร็ว และการทรงตัวไม่ดี
การทำงานของปอดเสื่อม การขยายและยุบตัว และการหายใจไม่ดี เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก กระดูกทรวงอกบาง กล้ามเนื้อทรวงอกเสื่อม ทำให้การหายใจไม่สะดวกยิ่งขึ้น หัวใจก็อ่อนแรง หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่น ความดันเลือดสูงขึ้น ลิ้นหัวใจอาจรั่ว ทำให้เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ถ้ารั่วมาก อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ระบบขับถ่ายปัสสาวะ เช่น ไตก็ เสื่อมลง ขับของเสียออกจากร่างกายได้น้อยลง แต่ขับน้ำได้มากขึ้น จึงปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น กล้ามเนื้อหูรูดของท่อปัสสาวะหย่อน กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ถ่ายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะได้ไม่หมด ผู้ชายอาจมีอาการต่อมลูกหมากโต
ระบบประสาทสมองเสื่อม ความรู้สึกช้า การเคลื่อนไหวช้า ความสัมพันธ์ระหว่าง การทำงานของสมอง กล้ามเนื้อ และข้อ จะเสียไป ต่อมต่างๆเสื่อมไป ต่อมที่เกี่ยวกับระบบเพศเสื่อมลง
นอกจากสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ผู้สู งอายุที่ผ่านพ้นวัยทำงาน การเปลี่ยนสภาพจากผู้เคยมีกิจกรรมเต็มเวลา มาเป็นไม่ต้องทำงานเพราะเกษียณอายุ ก็จะต้องเผชิญกับการปรับเปลี่ยนกิจวัตร และสิ่งแวดล้อม เมื่อไม่มีงานประจำ อาจทำให้ความรู้สึกนึกคิดจิตใจเปลี่ยนไป อาจเหงาไม่สดชื่นร่าเริงเท่าที่ควร เพราะบทบาททางหน้าที่การงานลดหรือหมดไป รู้สึกว่าตนไม่มีประโยชน์ รายได้ก็อาจลดลงไปด้วย อาจทำให้มีปัญหาใหม่เกิดขึ้น
ความเสื่อมของร่างกายตามวัยที่กล่าวถึงข้างต้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ เป็นสิ่งที่เรารับทราบ จากการอ่าน การได้รับฟัง ในรูปแบบต่างๆ อย่างไรก็ตาม แต่ละคนอาจพบ หรือเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันไป เช่นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างกัน บางคนอาจพบเร็วกว่าบางคน อย่างไรก็ตาม มีผู้เขียนหนังสือชื่อว่า “คุณยังไม่แก่จนกว่าจะอายุเก้าสิบแต่ก็ต้องเตรียมตัว” แสดงว่าแม้จะเกษียณอายุจากการทำงาน หลังอายุหกสิบจริงๆ แล้วเรายังไม่แก่ ถ้าเราเตรียมพร้อมที่จะปรับ
ดังนั้นหากเป็นไปได้จึงควรมีการเตรียมตัวก่อนหรือเมื่อถึงวัยเกษียณ เพื่อจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุขไปอีกสามสิบปีก่อน ถ้าจะแก่เมื่ออายุเก้าสิบ แต่ต้องเตรียมรับความเปลี่ยนแปลง และคุณก็อาจมีอายุเก้าสิบโดยที่ยังแข็งแรงดูดี มีความสุขได้ การเตรียมตัวที่ว่านี้ต้องทำอย่างไร เราลองมาเริ่มศึกษาหาข้อมูลและปฏิบัติเพื่อความสุขของเราหลังวัยทำงานกันเถอะ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เพลงพระคุณเเม่
http://youtu.be/lyZ0wJgPRdU

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น